สัตว์แห่งความช้า สลอธสองนิ้วเท้า

สัตว์แห่งความช้า

สัตว์แห่งความช้า สลอธสองนิ้วเท้า

สัตว์แห่งความช้า /สลอธยังคงเป็นสัตว์ประเภทหนึ่งที่เลี้ยงลูกด้วยนม ผู้คนจำนวนมากต่างรู้จักมัน

อย่างดีเยี่ยม ด้วยเหตุว่าเป็นสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เพราะว่าเป็นสัตว์ที่ช้าที่สุด เป็นสัตว์ที่เคลื่อนช้ามากมาย คนภายในปัจจุบันนี้ก็เลยมักเอาชื่อมันมาเปรียบเทียบกับผู้ที่ทำอะไรช้ามากมายๆเป็นต้นว่า ดำเนินงานช้าราวกับสลอธ แล้วก็ทุกคนทราบหรือเปล่าว่าความจริงแล้วสลอธมีการดำรง

ชีวิตยังไง รวมทั้งรับประทานอะไร มีนิสัยอย่างไร สำคัญรู้จักสลอธแค่ไหน โดยวันนี้พวกเราจะพามารู้จักกับ สลอธสองนิ้วเท้า หรือบางทีอาจเรียกกันว่า สลอธสองนิ้วของลินเนียส (Linnaeus’s two-toed

sloth) โดยตอนแรกทุกคนอาจจะทราบว่าสลอธเป็น สัตว์เลือดอุ่น ที่ถูกใจอยู่ตามลำพังคนเดียว ดำรงชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ โดยรูปแบบของสลอธสองนิ้วเท้า ซึ่งลักษณะทั่วไปของมันจะคล้ายกับหมีตัวเล็กๆซึ่งมีขนาดตัวพอกับลิงแสม ซึ่งตัวสีน้ำตาลเทา ขนยาวสีน้ำตาลเทา มีน้ำหนักอยู่ที่ 6 – 8 โล ตาพอง หู

เล็ก จมูกค่อนข้างจะแหลมยื่น เป็นสัตว์ที่มีฟันน้อยหรือไร้ฟัน เหมือนกับตัวรับประทานมด โดยขาหน้าแล้วก็ขาข้างหลังเสมอกัน โดยที่ขาหน้าของมันจะมีนิ้วสองนิ้วที่มีเล็บแหลมยาวโค้งซึ่งตัวมันใช้เกี่ยวดึงใบไม้รับประทาน

สัตว์จำพวกนี้แม้ว่าจะมีการเคลื่อนที่ช้า แม้กระนั้นก็ไม่ใช่สัตว์ทึ่ม มันอาศัยอยู่บนต้นไม้ แถบจะไม่ลงมาบนพื้นเลยก็ว่าได้ โดยเป็นสัตว์พวกที่ถูกใจดำรงชีวิตลำพัง หาอาหารรับประทานบนต้นไม้ แล้วก็นอน ซึ่งเป็นสัตว์ที่หรูหราการเผาพลังงานต่ำมากมาย ก็เลยเป็นเหตุผลที่พวกมันก็เลยจำเป็นต้องนอนบนต้นไม้เพื่อรับแสงสว่างอุ่นๆจากพระอาทิตย์ เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นการเผาไหม้ภายในร่างกาย สัตว์ประเภทนี้มีนิสัยที่น่าดึงดูด เคลื่อนชักช้า แล้วก็ยังสามารถว่ายได้ด้วย สิ่งที่มันรับประทานเป็นของกินก็คือใบไม้ สลอธสองนิ้วเท้านั้นจัดอยู่ในประเภทประเภทที่ยังผิดรุกรามกล่าวได้ว่าเป็นสัตว์ที่ยังมีการสงวนอยู่ในธรรมชาติเยอะมากๆถูกคุมติดอยู่มจากการล่าน้อยมาก ซึ่งสลอธสองนิ้วเท้าพบได้มากในพื้นที่ป่าฝนของทวีปอเมริกาใต้ , กีอานา, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์, ประเทศเปรูแถบเวเนซูเอลา, รวมทั้งบราซิล ด้านเหนือของแม่น้ำอเมชอน ถึงจะเป็นสัตว์โลกผู้เชื่อช้าที่สุด แม้กระนั้นก็มีวิถีชีวิตที่ชาลเฉลี่ยวฉลาด ไม่เสมือนสัตว์อื่นๆความสโลว์ไลฟ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลเปลี่ยนไปเป็นความเด่นที่ทุกคนจำสลอธได้…

เต่ายักษ์อายุยืน อัลดาบรา ใหญ่ที่สุดในโลก

เต่ายักษ์อายุยืน

เต่ายักษ์อายุยืน อัลดาบรา ใหญ่ที่สุดในโลก

เต่ายักษ์อายุยืน อัลดาบรา สัตว์บนโลกมีมากมายก่ายกองหลากหลายประเภท แม้กระนั้นประเภทที่

ว่าอายุยืนอาจหาได้ยาก แม้กระนั้นที่รู้จักกันเยอะที่สุดคงเป็น สัตว์ครึ่งบกครึ่ง น้ำอย่างเต่า ที่แก่ยืน อยู่ได้เป็นเวลายาวนานกว่าสัตว์ทั่วๆไป แม้กระนั้นก็เป็นบางประเภท แม้กระนั้นวันนี้พวกเราจะพาไปรู้จักกับเต่าสายพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่มากมาย กล่าวได้ว่าเป็นเต่ายักษ์ก็วาได้ ซึ่งขนาดตัวของมันนั้นใหญ่เกือบเป็นเต่าที่ใหญ่ที่สุดของโลกเลย เต่าสายพันธุ์นี้มีชื่อเรียกกันว่า เต่ายักษ์อัลดาบรา หรือชื่อด้านวิทยาศาสตร์ว่า Geochelone gigantea ซึ่งเป็นเต่ายักษ์ที่มีความสะดุดตาเรื่องของขนาดตัวที่ใหญ่ รวมทั้งเป็นสัตว์อายุยืน ที่อยู่ได้นานถึง 100 ปี

ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนมากจริงๆ โดยลักษณะทั่วไปของมันนั้น คือมีขนาดตัวที่ใหญ่ โดยเฉลี่ยแล้วขนาดกระดองยาว 120 เซนติเมตร กระดองออกสีน้ำเงินเข้มถึงดำ ซึ่งน้ำหนักตัวถือว่ามากพอสมควร สมกับเป็นเต่ายักษ์ โดยตัวผู้มีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 250 กิโลกรัม และส่วนของตัวเมียนั้นกลับมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้ ซึ่งมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 150 กิโลกรัม และบวกกับกระดองยาว 90 เซนติเมตร และเต่าชนิดนี้เป็นเต่าที่คอค่อนข้างยาว และกระดองของมันนั้นโค้งสวยเป็นเหมือนโดมสูงๆ และมีลักษณะตรงช่วงขาที่ค่อนข้างแข๋งแรง เนื่องจากมันต้องรับน้ำหนักตัวที่หนักมากนั่นเอง ลำตัวมีน้ำหนักย่อมมีขาที่แข็งแรง เล่นบอล พวกมันชอบอยู่ลำพังบางก็อยู่รวมเป็นฝูง มีนิสัยกระฉับกระเฉงในช่วงเช้าก่อนออกหาอาหาร ซึ่งพวกมันจะกินหญ้าและใบไม้เป็นอาหาร ชอบอาศัยอยู่ตามพุ่มไม้หรือต้นไม้เตี้ยๆ เพราะจะหาอาหารได้ง่าย แต่ในตอนเที่ยงพวกมันกลับเลือกหลบแดดหลบร้อน ขุดดินและพักอยู่ใหล้หนองบึงเสียมากกว่า และเต้าชนิดนี้เป็นเต่าที่ไม่ดื่มน้ำมาก เพราะมันได้นำ้จากอาหารที่มันกินเข้าไปอยู่แล้ว และตัวเมียมักจะฟักไข่ในหลุมติ้นๆและเอาดินกลบ ปล่อยให้ไข่นั้นฟักออกมาเอง เรียกได้ว่าเป็นธรรมชาติของพวกมันนั้นเอง

ปัจจุบันเต่าสายพันธุ์นี้ยังมีหลงเหลือให้ได้เห็นกันอยู่ตามถิ่นอาศัยของพวกมัน คือเกาะอัลดาบราในหมู่เกาะชีเซล มหาสมุทรอินเดีย ใกล้ชายฝั่งอาฟริกาตะวันออก ซึ่งด้วยที่มันมีอายุยืนอยู่ได้เป็น 100 ปี ทำให้มีหลงเหลืออยู่เกือนแสนตัว เล่นบอลตามถิ่นอาศัยเดิมของพวกมัน หากจะพบเห็นก็คงไม่ยากนัก…

เล็กเตี้ยป้อม อุปนิสัยที่ลึกลับ “เสือลายเมฆบอร์เนียว”

อุปนิสัยที่ลึกลับ
 อุปนิสัยที่ลึกลับ “เสือลายเมฆบอร์เนียว”

“เสือลายเมฆบอร์เนียว” อุปนิสัยที่ลึกลับ 

เสือประเภทนี้นั้นเป็นเสือที่มี รูปร่างขนาดเล็ก   มีลักษณะของช่วงข้าที่สั้น ขนที่ปกคลุมช่วงรอบๆลำตัวจะมีสีพื้นน้ำตาลอมเทาจนถึงสีน้ำตาลเหลือง   ส่วนขนในรอบๆช่วงล่างหรือตอนใต้ท้องและบริเวณขาด้านในนั้นจะมีสีที่ผิดแผกออกไปโดยจะมีขนที่เป็นสีขาวหรือสีครีมนั่นเอง ในส่วนของลายบนตัวเสือลายเมฆนั้นเราจะเห็นลายของเสือชนิดนี้ได้ว่ามีลักษณะเป็นวงๆที่คล้ายกับก้อนเมฆขนาดใหญ่สีน้ำตาลเข้มทั่วบริเวณลำตัว โดยจะเริ่มตั้งแต่ตอนหัวไปจนถึงส่วนขารวมทั้งหาง ลายวงๆบนเสือจำพวกนี้นั้นในส่วนบางส่วนของวงที่คล้ายกับเมฆนั้นบางดวงก็จะมีจุดดำอยู่ข้างในรอบๆสีน้ำตาลเข้มอีกด้วย ซึ่งแต่ละวงที่อยู่บนลำตัวจะเป็นวงที่ชัดกว่าที่อื่นๆ รวมทั้งในส่วนของแก้ม ข้างหลัง และก็คอนั้นมีมีลักษณะเป็นเส้นสีดำ สัตว์ชนิดนี้จะมีใบหูที่กลมรวมทั้งสั้น ขนบริเวณหลังหูนั้นจะเป็นสีดำรวมทั้งจะมีจุดสีขาวอมน้ำตาลอยู่ที่รอบๆกลางหลังหู

ในส่วนขาของเสือชนิดนี้จะมีลักษณะที่ค่อนข้างสั้นและขาหลังจะมีลักษณะยาวกว่าขาหน้าแบบที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน หางของเสือชนิดนี้จะยาวมากและขนที่หางจะฟู มีลายเป็นปล้อง ส่วยปลายของหางจะมีสีดำ ซึ่งความยาวของหางวัดได้ว่ามีความยาวเกือบ 90 เซนติเมตร โดยจุดเด่นของเสือชนิดนี้นั้นเป็นเสือที่มีขนาดของเขี้ยวยาวมากที่สุดในโลก โดยมีความยาวของเขี้ยวประมาณ 3.8 – 4.5 เซนติเมตรและด้านหลังเขี้ยวก็มีความคมมากๆ หากเมื่อโตเต็มวัยแล้วจะมีน้ำหนักประมาณ 25 กิโลกรัมและมีความยาวของลำตัวประมาณ 750-1,100 มิลลิเมตร เสือลายเมฆบอร์เนียวหรือเสือลายเมฆซุนดา นั้นเคยถูกจัดว่าเป็นเสือชนิดย่อยของเสือลายเมฆ แต่ก็ถูกจำแนกชนิดออกมาใหม่เมื่อปี 2549 เนื่องจากนักชีววิทยาพบว่าเสือลายเมฆในเกาะบอร์เนียวและสุมาตรานั้น ไม่เหมือนกับเสือลายเมฆปกติทั่วไป โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Neofelis diardi ซึ่งทางนักวิทยาศาสตร์ก็ได้มีการคาดการณ์ไว้ด้วยว่าเสือลายเมฆทั้งสองชนิดนี้นั้นได้แยกออกจากกันไปเมื่อ 1.4 ล้านปีก่อน…

โอคาปี หน้าตาเหมือนกับยีราฟ เป็นสัตว์ที่ขี้อาย

หน้าตาเหมือนกับยีราฟ

โอคาปี หน้าตาเหมือนกับยีราฟ เป็นสัตว์ที่ขี้อาย

โลกของเรา ล้วนมีสัตว์มากไม่น้อยเลยทีเดียวหลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละตัวมีความต่าง และก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้พวกมันต่างกัน ซึ่งพวกเราอยากเสนอแนะให้ท่านได้รู้จะกับสัตว์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีสายสัมพันธ์กับยีราฟ หน้าตาเหมือนกับยีราฟ นับว่าเป็นสัตว์ที่จัดอยู่ในสกุล Giraffidae

เรียกได้ว่าเป็นสัตว์เพียงแค่ 1 ใน 2 ประเภทเท่านั้นในวงศ์นี้ ที่ยังดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยสัตว์ประเภทนี้มีชื่อว่า โอติดอยู่ปี (OKAPI) เป็นสัตว์ที่มีลักษณะหลายอย่างคล้ายกับยีราฟ โดยใบหน้าของมันก็จะมองแปลก แต่งดงามและก็น่าสนใจมาก

ก่อนอื่นขออธิบายลักษณะโดยรวมของเจ้า โอคาปี กันก่อนเลยว่าเป็นยังไง เริ่มจากหน้าตาของมัน อย่างที่บอกว่ามีหลายอย่างที่คล้ายกับยีราฟ หน้าตาก็เช่นกัน มีนัยน์ตาคล้ายคลึงกับกวางหรือแอนทีโลป คอยาว และศรีษะมีเขาเล็กๆคล้ายกับยีราฟ แต่โอคาปี จะมีทรงลำตัวที่ยาวกว่า โดยจะสูงจากพื้นถึงไหล่ราว 1.7 เมตร และมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 250 กิโลกรัม นอกจากนี้ตัวของมันยังมีลายที่ขา คล้ายๆกับยีราฟ โดยลายจะเริ่มตั้งแต่ตรงสะโพกลงไป ถือเป็นลักษณะที่ทำให้สัตว์ชนิดนี้สวยและน่าสนใจจริงๆ เพราะลักษณะในตัวของมัน คล้ายกับสัตว์อย่างยีราฟ และม้าลาย มีลายและสีที่ไม่เหมือนใคร มีลำตัวสีน้ำตาลแดง มีแถบดำบนตัว และขาวคล้ายกับม้าลาย นอกจากลักษณะภายนอกที่ดูสวยงดงามแล้ว มันยังจัดเป็นสัตว์หายาก เขาเรียกกันว่าเป็นสัตว์อีกชนิดที่เปรียบเหมือนซากดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิตอยู่นั่นเอง โดยทั่วไปแล้วนิสัยของโอคาปี จะขี้อาย และรักสงบ พวกมันชอบอยู่กันเป็นครอบครัว โดยตัวเมียไม่ว่าจะไปไหน ก็จะมีลูกไปด้วยอยู่เสมอ และด้วยความที่เป็นสัตว์ที่ขี้อายทำให้พวกมันมีความระวังตัวสูงเป็นพิเศษ จนทำให้หาตัวได้ยาก

ไม่เพียงเท่านั้น เพราะว่าความสามารถของมันไม่ธรรมดา มีจมูกที่มีประสาทสัมผัสในการดมดีมาก มันถูกใจอาศัยอยู่ในป่าทึบ โดยถิ่นกำเนิดของพวกมันอยู่ที่ลุ่มชื้นทางตะวันออกเฉียงเหนือของ ประเทศซาอีร์ ในแอฟริกาตะวันตกในป่าทึบ ทราบไหมว่าอาหารที่พวกมันทานก็ง่ายๆพวกมันถูกใจกินใบไม้ ลูกไม้ต่างๆหรือโป่งตามริมน้ำอีกด้วย ดังนี้ โอค้างปีจัดเป็นสัตว์เลือดอุ่นที่หายากในตอนนี้ มีหลงเหลืออยู่ไม่มากมายแล้ว ทำให้ไม่สามารถทราบจำนวนที่แน่ๆของมันได้…

สัตว์ป่าสงวนจำนวน ที่น้อยลง เต่ามะเฟือง (Leatherback turtle)

สัตว์ป่าสงวนจำนวน

สัตว์ป่าสงวนจำนวน ที่น้อยลง เต่ามะเฟือง (Leatherback turtle)

สัตว์ป่าสงวนจำนวน / สัตว์ทะเล อีกหนึ่งสายพันธุ์ ที่เป็นสัตว์ป่าสงวนที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองโดยชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากว่าในตอนนี้มีจำนวนประชากรที่ลดน้อยลงมากอย่างชัดเจน

เต่ามะเฟือง (Leatherback turtle)

ถือว่าเต่าสายพันธุ์นี้เป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดา เต่าทะเล ทั้งหมดที่มีมากถึง 8 ประเภททั้งโลก โดยเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีขนาดใหญ่เป็นชั้นที่ 4 ในบรรดาสัตว์เลื้อยคลานทั้งผอง ซึ่งกระดองของเต่าจำพวกนี้นั้นจะมีขนาดที่ใหญ่มากแล้วก็มีกระดองไม่แข็ง แต่ว่าจะเป็นกระดองหนังนุ่มๆโดยจะมี

ทรงและก็ลักษณะก็จะคล้ายกับมะเฟืองนั่นเอง ซึ่งซึ่งก็คือกระดองของเต่าประเภทนี้จะเป็นกระดองหนังที่มีลักษณะดกเป็นสันนูนราวๆ 5 เส้นโดยเต่าชนิดนี้นั้นจะมีขนาดตัวยาวราว 2.5 เมตร แล้วก็มีน้ำหนักมากยิ่งกว่า 1,000 กก. เนื่อจากรอบๆของเต่ามะเฟืองนั้นมีจะงอยปากที่สบกันคล้ายกับกรรไกร

เต่าจำพวกนี้ก็เลยมักที่จะเลือกรับประทานอาหารที่นุ่มนั่นเอง อย่างเช่น แมงกระพรุน แพลงค์ตอน สาหร่ายน้ำลึก ซึ่งเป็นสัตว์ที่รับประทานทั้งยังพืชรวมทั้งสัตว์ที่ลอยตามน้ำ แต่ว่าของกินที่จะรับประทานเป็นหลักๆเลยซึ่งก็คือ แมงกะพรุน นั่นเอง โดยเต่าจำพวกนี้นั้นสามารถมุดน้ำได้ลึกมากมายๆเพราะว่าเต่ามะเฟืองนั้นสามารถมุดน้ำลงไปหาของกินที่รอบๆพื้นทะเลลึกถึง 900 เมตรได้นั่นเอง

ในปัจจุบันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากๆ เพราะเรามีโอกาสเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จะได้พบกับเต่าสายพันธุ์นี้ นั่นก็เป็นเพราะว่า จำนวนประชาการของ เต่ามะเฟือง นั้นลงลดอย่างรวดเร็วอย่างน่าใจหาย สาเหตุหลักๆ ก็เป็นเพราะเหล่าชาวประมงที่ไมีมีความรับผิดชอบ รวมถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวทะเลในด้านต่างๆ ที่ล้วนแตเป็นภัยคุกคามของเต่าทะเลหลายๆ ชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เต่ามะเฟือง ที่เราไม่สามารถนำเต่าสายพันธุ์นี้มามาอนุบาลให้โตได้นั่นเอง เนื่องจาก เต่ามะเฟืองนั้นเป็นเต่าทะเลน้ำลึก เมื่อลูกเต่าสามารถฟักออกจากไข่ได้แล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องปล่อยให้ออกไปสู่ท้องทะเลเลย จึงทำให้จำนวนประชาการของเต่าสายพันธุ์นี้มีจำนวนน้อยมากๆ ในปัจจุบัน อีกทั้งยังโดยล่ามาเป็นอาหารให้แก่มนุษย์อีกด้วย จึงทำให้สัตว์สายพันธ์นี้ใกล้จะสูญพันธุ์ลงไปทุกที…

ปลาสายพันธุ์ยอดนิยม ปลาคาร์ฟ (Carp)สวยงาม ราคาสูง

ปลาสายพันธุ์ยอดนิยม

ปลาสายพันธุ์ยอดนิยม ปลาคาร์ฟ 

ปลาสายพันธุ์ยอดนิยม

ปลาคาร์ฟ (Carp)

ปลาชนิดนี้เป็นปลาสวยงามที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จากเหล่าผู้ที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลาสวยงามมาอย่างยาวนาน เพราะเป็นปลาที่มีสีสันและลวดลายบนตัวที่สวยงามมากๆ อีกทั้งยังเป็นปลาที่เชื่องและสามารถเลี้ยงได้ง่าย จึงทำให้ปลาสายพันธุ์นี้เป็นที่ต้องการของเหล่าผู้เลี้ยงปลาสวยงามทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็น ผู้เลี้ยงปลาในประเทศไทยหรือต่างประเทศ จึงทำให้ปลาสายพันธุ์นี้มีราคาที่สูงพอสมควร ซึ่งราคาซื้อขายของ ปลาคาร์ฟ จะมีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงราคาหลักแสนบาท นับว่าเป็นราคาที่สูงมากๆ ในการซื้อขายปลาสวยงาม ซึ่งนั่นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ปลาสายพันธุ์นี้ได้รับความนิยม เพราะบางคนนั้นก็เลี้ยง ปลาคาร์ฟ ไว้เพื่อเพาะพันธุ์และจำหน่ายลูกปลานั่นเอง

ปลาคาร์ฟ มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอีหร่าน เป็นปลาน้ำจืดที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับปลาตะเพียน มีการนำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทยครั้งแรกจากประเทศญี่ปุ่น โดยในสมัยก่อนนั้นปลาคาร์ฟจะนิยมเลี้ยงกันเฉพาะในกลุ่มผู้มีฐานะดีเท่านั้น และในประเทศญี่ปุ่นจะเรียกปลาชนิดนี้ว่า Nishikigoi ที่มาจากคำว่า Nishiki ซึ่งมีความหมายว่า ผ้าไหมทอจากอิเดียที่มีสีสวยงามหลากหลายสีสันนั่นเองอีกทั้งยังเป็นผ้าที่มีราคาแพงอีกด้วย ชาวญี่ปุ่นจึงตั้งชื่อตามลักษณะของผ้าที่มีความคล้ายกับความสวยงามของสีปลานั่นเอง

ลักษณะทั่วไปของปลาคาร์ฟ จะมีลักษณะลำตัวแบน และค่อนข้างกลม ในส่วนของหัวจะไม่มีเกร็ด ภายในปากไม่มีฟัน แต่จะมีฟันที่ลำคอ 1-3 แถว มีครีบหลังที่บริเวณลำตัว และมีครีบหู ครีบท้อง และครีบหาง ปลาคาร์ฟบางชนิดนั้นจะไม่มีเกล็ดแต่ในบางชนิดก็มีเกล็ด ในส่วนของอาหารปลาคาร์ฟจะสามารถกินได้ทั้งพืช และสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น ขนมปัง ข้าวสุก ลูกปลา หรือกุ้งขนาดเล็ก ซึ่งอาหารที่ปลาชนิดนี้ชอบอีกหนึ่งอย่างเลยนั่นก็คือ อาหารปลาดุก ซึ่งปลาคาร์ฟสามารถกินอาหารได้ทั้งผิวน้ำ กลางน้ำ และท้องน้ำ โดยปกติจะใช้ปากในการคุ้ยหาอาหารตามริมขอบฝั่งหรือหน้าดินตามขอบฝั่งนั่นเอง…

เห็นตั้งแต่เด็ก !! นกกระจอก (Passer montanus)นกประจำถิ่นของไทย

เห็นตั้งแต่เด็ก
เห็นตั้งแต่เด็ก !! นกกระจอก (Passer montanus)นกประจำถิ่นของไทย

เห็นตั้งแต่เด็ก / สำหรับวันนี้พวกเราจำนองเนื้อหาเกี่ยวกับนกสายพันธุ์หนึ่งที่พวกเราสามารถพบเห็นได้ทั่วๆไป ถือได้ว่านกที่สามารถพบเจอได้ง่ายกว่านกจำพวกอื่นๆในประเทศไทย มาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกับแบบเจาะลึกเกี่ยวกับข้อมูลเนื้อหาต่างๆของนกสายพันธุ์นี้ ซึ่งนั่นก็คือ

นกกระจอก (Passer montanus)

ลักษณะทั่วไปของนก สายพันธุ์ นี้ก็คือ มีลักษณะลำตัวขนาดตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ขนาดประมาณ 5.5 นิ้ว ความยาวของปีกขึ้นกับขนาดของลำตัว รูปร่างของปีกนกสายพันธุ์นี้จะมีลักษณะแหลม รวมทั้งมีขน primary จำนวน 10 เส้น บริเวณขนจะมีสีน้ำตาลและก็สีอื่นๆปนด้วย ไม่ว่าจะเป็น สีเหลือง สีแดง สีดำ รวมทั้งสีเทา รอบๆปากจะมีงอยปากที่มีลักษณะเป็นกรวยแหลมสั้น เหมาะสำหรับการจิก รวมทั้งกะเทาะเมล็ดธัญพืชนั่นเอง นกกระจอกบ้านจะมีลักษณะคล้ายกับนกกระจอกใหญ่ ซึ่งมีจุดเด่นที่สามารถแยกข้อแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยซึ่งก็คือ บริเวณแก้มของนกสายพันธุ์นี้ โดยนกกระจอกบ้านนั้นรอบๆแก้มจะมีสีดำส่วนนกกระจอกใหญ่จะไม่มี นั่นเอง นกกระจอกที่พวกเราสามารถพบเห็นได้มากที่สุดในประเทศไทยเลยซึ่งก็คือ นกกระจอกบ้าน ที่เราสามารถเจอได้ตามบ้านช่องหรือแหล่งชุมชนต่างๆเป็นนกที่ชอบอาศัย สร้างรัง และก็หาอาหารใกล้ๆกับแหล่งที่มนุษย์อาศัยอยู่ ก็เลยเรียกนกสายพันธุ์นี้ว่า นกกระจอกบ้าน ซึ่งพบมากในประเทศไทย จนเรียกได้ว่า นกกระจอกบ้านนั้นเป็นนกประจำถิ่นของประเทศไทยไปแล้วนั่นเอง

นกกระจอกบ้าน เป็นนกอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่สามารถปรับตัวเข้ากับคน และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดี เพราะไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรนกสายพันธุ์นี้ก็ยังสามารถอาศัยอยู่บริเวณเดิมได้อย่างปกติ ไม่อพยพไปอาศัยในแหล่งที่อยู่ใหม่เหมือนนกสายพันธุ์อื่นๆ นั่นเอง นกกระจอกบ้านจะมีอาหารสำคัญเลยก็คือ เมล็ดธัญพืชทุกชนิดที่ไม่มีพิษ โดยเฉพาะเมล็ดข้าว จึงทำให้ นกกระจอกบ้าน กลายเป็นศัตรูข้าวของชาวนาไปเลยนั่นเองแต่ถึงแม้จะเป็นศัตรูแต่นกชนิดนี้ก็สามารถช่วยจับกินแมลงศัตรูพืชในแปลงเกษตรได้เป็นอย่างดีอีกด้วย…

เรียนรู้เพิ่มเติม ควายไบซันอเมริกัน สัตว์ตระกูลวัวป่า

เรียนรู้เพิ่มเติม

เรียนรู้เพิ่มเติม ควายไบซันอเมริกัน

สัตว์ตระกูลวัวป่า เรียนรู้เพิ่มเติม ควายไบซันอเมริกัน ตอนนี้โลกของเรานั้นยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่

อาศัยอยู่บนโลกใบเดียวกันนี้ให้เราได้ทำความรู้จักพวกเขาอยู่ สัตว์ทุกตัว บนโลกล้วนเป็นเพื่อนของพวกเรา เพราะต่างก็ควรมีชีวิตและก็ใช้ชีวิตอยู่บนโลกเดียวกัน ทราบไหมว่าบางเวลา สัตว์บางจำพวกก็

ใกล้สู่ตอนสูญพันธ์ ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากหลายๆอย่าง อีกทั้งสภาพอากาศที่ย่ำแย่ แล้วก็อีกเหตุผลหนึ่งเป็น มนุษย์บางพวกไม่คิดว่าสัตว์พวกนั้น เป็นเพื่อน ล่ากระทั่งพวกมันใกล้สูญพันธ์ แต่ว่ากับสัตว์

บางประเภท บางพวกก็เป็นสัตว์ที่หายาก เผชิญได้ยาก มีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร เค้าหน้ามองแปลก และก็มีนิสัยที่แตกต่างกัน โดยสัตว์ที่พวกเราจะพามารู้จักกันนั้น เป็นสัตว์ที่รักสงบ แล้วก็มีหน้าตาดูน่ารักน่าเอ็นดู แม้ร่างของมันจะใหญ่ก็ตาม โดยสัตว์จำพวกนี้มีชื่อว่า ควายไบซันอเมริกัน (American Bison) พวกเรามาทำความรู้จักกันดีกว่าว่าสัตว์จำพวกนี้ น่าสนใจยังไง มีลักษณะเป็นอย่างไร

ควายไบซันอเมริกัน

  • สัตว์ชนิดนี้เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะตัว และมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร โดยชื่อของมันคือ ควายไบซันอเมริกัน หรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ที่เรียกว่า Bison Bison โดยเป็นควายที่อยู่ในจำพวกของสัตว์ตระกูลวัวป่า ซึ่งลักษณะโดยทั้วไปของมันนั้นคือเป็นควายที่ดูภายนอกแล้วเหมือนจะตัวใหญ่มาก เพราะตัวของมันนั้นมีขนดกบริเวณไหล่ไล่ขึ้นไปถึงหัวซึ่งเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวขนจะยาวและหนา แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนขนดังกล่าวจะหลุดออกไป แต่ตัวของมันสูงประมาณราวๆ 2 เมตรเท่านั้นเอง และมีน้ำหนังอยู่ที่ประมาณ 1,000 กิโลกรัม มันเป็นควายที่มีเขาค่อนข้างเล็กและสั้นและหัวใหญ่ การที่ขนมันดูเยอะทำให้ดูเหมือนมันอ้วน ตัวใหญ่ และน่ารัก แต่มันก็เป็นสัตว์ที่มีช่วงไหล่หนา ซึ่งถ้าบอกว่าตัวของมันใหญ่เหมือนควายทั่วไปก็อาจจะใช่ แต่ลักษณะโดยรวมนั้นมันแตกต่าง และดูๆไปแล้ว ก็เป็นควายที่มีขนดกน่ารักไม่เหมือนใครดี

นิสัยของเจ้าควายไบซันอเมริกัน

  • สัตว์ชนิดนี้ อย่างที่พวกเราได้บอกไปข้างต้นแล้วว่า ควายไบซันอเมริกัน นั้นเป็นสัตว์ที่รักสงบ ถูกใจทำมาหากินตามท้องทุ่ง หรือ ตามป่าสน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว พวกมันจะถูกใจอยู่รวมตัวกันเป็นฝูง และก็ที่สำคัญสัตว์ประเภทนี้เคยถูกล่าจนถึงแทบสูญพันธ์ไปแล้ว แม้กระนั้นหลังจากที่ได้มีกฏหมายป้องกันก็ทำให้ช่วงนี้เหลืออยู่ราวสี่ถึงห้าแสนตัวในสองประเทศ โดยพวกเราสามารถพบได้ในตอนกลาง และภาคตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ แต่ สัตว์ไม่ว่าจะจำพวกไหน หรือสายพันธ์ใดก็ตาม สิ่งที่พวกเราต้องการให้มองดู เป็นคิดว่าพวกเขาเป็นเพื่อนที่อาศัยอยู่ร่วมโลกใบเดียวกันกับพวกเรา รุ้จะพวกเขา แต่ว่าอย่างทำลายเลย เพราะทุกสิ่งมีชีวิตล้วนรักชีวิตของตัวเอง เช่นเดียวกันกับควายไบซันอเมริกัน

ข้อมูลของสัตว์ กระรอก

ข้อมูลของสัตว์

ข้อมูลของสัตว์ กระรอก

กระรอก ข้อมูลของสัตว์

  • ชื่ออื่นๆ : กระรอกต้นไม้ กระรอกดิน และ กระรอกบิน
  • ลักษณะ:มีหางยาวเป็นพวงงาม มี กรงเล็บคม แล้วก็มีใบหูใหญ่ บางประเภทมีปอยขนที่หู ส่วนกระรอกบินนั้น จะมีพังผืดข้างลำตัว สำหรับกางเพื่อร่อนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง มักเป็นหากินในกลางคืน มีตาสะท้อนแสงไฟ กระรอกดิน มักจะมีรูปร่างสั้น และก็ล่ำสันกว่ากระรอกต้นไม้ มีขาหน้าแข็งแรงใช้สำหรับเพื่อการขุดดิน หางของกระรอกดินนั้นจะสั้นกว่าหางของกระรอกต้นไม้ และไม่ฟูเป็นพวงนัก รวมทั้งเหมือนกับสัตว์ฟันกัดแทะประเภทอื่นๆกระรอกจะมีนิ้วเท้าหลังข้างละ 5 นิ้ว และ นิ้วเท้าหน้าข้างละ 4 นิ้ว ตรงส่วนที่น่าจะเป็นนิ้วโป้งจะกลายเป็นปุ่มนูนๆซึ่งถูกพัฒนาให้เหมาะกับจับอาหารมาแทะ
  • ข้อมูลอื่นที่ฉันรู้: ของกินของกระรอกเป็น ผลไม้ และ เมล็ดพืช เป็นหลัก แต่กระรอกก็ยังถูกใจกินแมลงด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระรอกขนาดใหญ่อย่างพญากระรอก นั้นบางครั้งก็ยังรับประทานไข่นกเป็นของกินอีกด้วยอาหารของกระรอกเป็น ผลไม้ รวมทั้ง เมล็ดพืช เป็นหลัก แต่ว่ากระรอกก็ยังถูกใจกินแมลงด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระรอกขนาดใหญ่อย่างพญากระรอก นั้นบางเวลาก็ยังกินไข่นกเป็นของกินอีกด้วย

เจ้าหมาน้อย ชิวาว่า

เจ้าหมาน้อย

เจ้าหมาน้อย ชิวาว่า

ชิวาว่า เจ้าหมาน้อย

ลักษณะ: ชิวาวาเป็นสุนัขขนาดเล็กที่มีความฉลาดแล้วก็จงรักภักดีต่อเจ้าของมาก มีทั้งพันธุ์สั้นแล้วก็ขนยาว ชิวาวาประเภทขนสั้นมีต้นกำเนิดมาจากหมา สายพันธุ์ดั้งเดิม  ส่วนสายพันธุ์ขนยาวเพิ่งจะได้รับการพัฒนาขึ้นมาภายหลัง ชิวาวาเป็นหมาที่มีโครงสร้างกระชับสมสัดส่วน มองสง่างาม ว่องไวคล่องแคล่วรวมทั้งตื่นตัวตลอดระยะเวลา กะโหลกมีลักษณะกลม ความยาวลำตัวมากกว่าความสูงเล็กน้อย จมูกแล้วก็ปากสั้น ปลายจมูกค่อนข้างจะแหลม จมูกมีสีเข้มกับขนลำตัว ใบหูมีขนาดใหญ่ปลายหูออกจะแหลมตั้งขึ้น ตาโตแต่ไม่ยื่นโปนออกมา ดวงตามีสีดำสนิท

ประโยชน์: เป็นสัตว์เลี้ยง แก้เหงา